EN
TCAP 39.25บาท
-(-%)

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือชื่อเดิมคือ บริษัท เงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในชื่อ บริษัท ลีกวงมิ้ง จำกัด ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2502 โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจเงินทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ในปี 2517 และ เข้าเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมายเลข 16 ในปี 2522 และเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 1 เมษายน 2525

ปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจลงทุนและเป็นบริษัทแม่ (Holding Company) ของกลุ่มธนชาต ที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินที่หลากหลาย ประกอบด้วยธุรกิจเช่าซื้อ ธุรกิจประกันภัย/ประกันชีวิต ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน และธุรกิจการลงทุน อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีการลงทุนในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยถือหุ้นในธนาคารทหารไทยธนชาต ในสัดส่วนที่มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจ และบริษัทฯ ยังคงนโยบายการทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ไว้อย่างครอบคลุม ผ่านธนาคารทหารไทยธนชาต และราชธานีลิสซิ่ง

  • ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และนโยบายการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจ บริษัทฯ จึงได้ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และนโยบายการดําเนินธุรกิจให้เหมาะสม กับสถานการณ์ โดยในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขายเงินลงทุนใน บจ. อายิโนะโมะโต๊ะ ที่บริษัทฯ ถืออยู่ออกไปทั้งจํานวนประกอบกับ ในปี 2563 2564 บริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโต ในอนาคตของบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ และสนับสนุนการดําเนิน ธุรกิจของทุกบริษัทย่อยให้มีฐานะการเงินที่มั่นคง รวมทั้ง ในปี 2564 บริษัทฯ ได้เริ่มประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อที่มี หลักประกัน (Asset-based Financing) ที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญผ่านการถือหุ้นในธนชาตพลัส ซึ่งการดําเนินการทั้งหมดนี้ บริษัทฯ ในฐานะ Bank Holding Company ได้ดําเนินการ เพื่อเป็นฐานในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน ปรับโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทในกลุ่ม และขายหุ้นธนาคารธนชาต ให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว สอดรับกับกลยุทธ์ในการเป็น ที่บริษัทฯ ถืออยู่ทั้งหมดให้แก่ธนาคารทหารไทย เพื่อทําการ Diversified Investment Holding Company ที่ลงทุนใน รวมกิจการระหว่างธนาคารทหารไทยกับธนาคารธนชาต บริษัทที่ประกอบธุรกิจการเงินที่หลากหลายและเป็นธุรกิจที่ ด้วยเล็งเห็นศักยภาพและจุดแข็งจากทั้งสองธนาคาร เมื่อรวมกัน กลุ่มธนชาตมีความเชี่ยวชาญทั้งสิ้น

  • บริษัท ทุนธนชาต ในฐานะ Bank Holding Company ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทในกลุ่ม และขายหุ้นธนาคารธนชาตที่บริษัทฯ ถืออยู่ทั้งหมดให้แก่ธนาคารทหารไทย เพื่อทำการรวมกิจการระหว่างธนาคารทหารไทยกับธนาคารธนชาต ด้วยเล็งเห็นศักยภาพและจุดแข็งจากทั้งสองธนาคาร เมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าตัว มีสินทรัพย์รวมกันเกือบ 2 ล้านล้านบาท มีโครงสร้างทางธุรกิจและความชำนาญซึ่งเสริมรับซึ่งกันและกัน ธนาคารใหม่ ที่เกิดขึ้นจากการรวมกันก็จะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเป็นประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่ขึ้น กว้างขวางขึ้น และมีโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นจากความเก่งและเชี่ยวชาญของทั้งสองธนาคารที่จะรวม เข้าด้วยกัน

    ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเป็น Diversified Investment Holding Company ที่ลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจการเงินที่หลากหลายและเป็นธุรกิจที่กลุ่มธนชาตมีความเชี่ยวชาญและยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารใหม่ที่เกิดจากการรวมกิจการ อันจะทำให้บริษัทฯ ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างมั่นคงในระยะยาว

  • บริษัท ทุนธนชาต และบมจ. เอ็มบีเค ร่วมกันซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) จากธนาคารธนชาตและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็ม บี เค ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ที่ทำให้กลุ่มธนชาตกลับมาดำเนินธุรกิจประกันอย่างครบถ้วนทั้งประกันภัยและประกันชีวิต

  • เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 ธนาคารธนชาต และพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจในการแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันชีวิต ผ่านสาขาของธนาคารธนชาต (Exclusive Bancassurance Agreement) มีกำหนดระยะเวลา 15 ปี และธนาคารธนชาตได้ดำเนินการโอนหุ้นสามัญของ ธนชาตประกันชีวิต จำนวน 328,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ ธนชาตประกันชีวิต พร้อมรับชำระราคาค่าหุ้นจาก พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ตามข้อตกลงจำนวน 17,500 ล้านบาท

    บริษัท ทุนธนชาต มีเป้าหมายที่บริษัทในกลุ่มฯร่วมกันให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร (Fully Integrated Financial Services) และเป็นผู้ดูแลนโยบายการดำเนินธุรกิจการบริหารจัดการในภาพรวมของกลุ่มฯ ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และหลีกเลี่ยงการขัดแย้งทางผลประโยชน์ในทุกระดับของการทำงาน

  • หลังจากประสบความสำเร็จในการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารนครหลวงไทย กลุ่มธนชาตได้มุ่งเน้นการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง อาทิ การฝึกอบรม การพัฒนาบุคลากร การปรับปรุงสาขา การปรับโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กระบวนการให้บริการและการทำงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน รองรับการเจริญเติบโตในอนาคต และพร้อมตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ภายใต้กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงมุ่งสู่ความแข็งแกร่ง (Transformation to Strength) และการประสานประโยชน์ร่วมกัน (Realizing Synergies)

  • กลุ่มธนชาตได้ดำเนินการรวมกิจการกับธนาคารนครหลวงไทยบรรลุตามแผนงานที่วางไว้ โดยธนาคารนครหลวงไทยได้ดำเนินการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ธนาคารธนชาตในวันที่ 1 ตุลาคม 2554 ทำให้ธนาคารธนชาตเติบโตเป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ มีสินทรัพย์และฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น มีการกระจายตัวของเงินให้สินเชื่อและเงินฝากที่ดีขึ้น มีการให้บริการทางการเงินผ่านสาขาและเครื่องบริการอัตโนมัติครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น ซึ่งการรวมกิจการในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานครั้งสำคัญเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธนชาตต่อไปในอนาคต

  • เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553 ธนาคารธนชาต ได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวนร้อยละ 47.58 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วทั้งหมดของธนาคารนครหลวงไทย จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ต่อมาในเดือนมิถุนายน และเดือนพฤษจิกายน ธนาคารธนชาตได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของธนาคารนครหลวงไทยจากผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น (Tender offer) เพิ่มเติม ทำให้ธนาคารธนชาตถือหุ้นในธนาคารนครหลวงไทยรวมทั้งสิ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.95 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วทั้งหมดของธนาคารนครหลวงไทย

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ BNS เข้าถือหุ้นธนาคารธนชาตเพิ่มเติมได้ โดยการซื้อหุ้นสามัญเดิมจากบริษัทฯ แต่ทั้งนี้เมื่อรวมกับจำนวนหุ้นที่ BNS ถืออยู่เดิมกับจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นต่างชาติรายอื่นต้องไม่เกินร้อยละ 49 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคารธนชาต ซึ่งเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 บริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญของธนาคารธนชาตเพิ่มเติมให้แก่ BNS และทำให้ BNS ถือหุ้นธนาคารธนชาตในสัดส่วนร้อยละ 48.99 ในขณะที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.92

  • บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน และธุรกิจสนับสนุนของกลุ่มฯ จำนวน 8 บริษัท ให้แก่ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นไปตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามหลักเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่ม พร้อมกันนั้นเอง ธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย (BNS) ได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนในการบริหารธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มฯ โดย BNS ได้เข้ามาถือหุ้นในธนาคารธนชาต ในสัดส่วนร้อยละ 24.98

  • กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นชอบแผนการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจสถาบัน การเงินของกลุ่มธนชาตให้เป็นสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งตามแผนดังกล่าว บริษัทฯ ได้โอนการดำเนินธุรกรรมเช่าซื้อให้แก่ธนาคารธนชาต โดยยังคงสัญญาเช่าซื้อเดิมไว้และให้ลูกค้าชำระค่างวดเช่าซื้อให้แก่บริษัทฯ จนครบกำหนดตามสัญญา และธนาคารธนชาตทำหน้าที่เป็นผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อกับลูกค้ารายใหม่แทน ในส่วนของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรับฝากเงินและการให้สินเชื่อทั้งหมดได้ ถูกโอนไปยังธนาคารทั้งหมดแล้วในปีเดียวกันนี้เอง ทำให้ธนาคารเป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวของกลุ่มซึ่งประกอบธุรกิจสถาบัน การเงินและรับฝากเงินจากประชาชน ในปีถัดมา บริษัทได้คืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเงินทุนให้แก่กระทรวงการคลัง ทำให้บริษัทฯ เปลี่ยนสถานะจากบริษัทเงินทุนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ การลงทุน (Holding Company) โดยเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลแบบรวม กลุ่มของธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้รับใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ และในปีเดียวกันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมกับกระทรวงการคลังได้ประกาศ แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพในระบบสถาบันการ เงิน โดยการปรับโครงสร้างและบทบาทของสถาบันการเงิน ซึ่ง บริษัทฯ และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้ปฏิบัติตามแผนการปรับโครงสร้างตามแนวนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ

  • กระทรวงการคลังได้อนุมัติใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์แบบจำกัดขอบเขตธุรกิจแก่ บริษัท เงินทุนเอกชาติ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเงินทุนเอกชาติได้ทำการคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเงินทุนให้แก่ทางการ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โดย ธนาคารธนชาต ได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2545

  • กระทรวงการคลังได้ประกาศนโยบายเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่มในการสนับสนุนการรวม กิจการระหว่างบริษัทเงินทุนต่างๆ โดยการอนุมัติใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์แบบจำกัดขอบเขตธุรกิจแทนใบ อนุญาตแบบ Super Finance ที่ประกาศใช้ก่อนหน้านี้

    ซึ่งจากนโยบายดังกล่าว บริษัทฯ ได้ยื่นขออนุมัติใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์แบบจำกัดขอบเขตธุรกิจ จากธนาคารแห่งประเทศไทยโดยกำหนดให้บริษัทเงินทุนเอกชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทหลักเพื่อยื่นขอจัดตั้ง ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)