เครดิต สวิส (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์กลุ่มธนาคาร ชื่อ "ลมปะทะระยะสั้น" โดยระบุว่า การขยายสินเชื่ออาจจะชะลอตัวลงในเดือน พ.ค. โดยมีความเสี่ยงคือ ปริมาณสินเชื่อหมุนเวียนใหม่ในระดับสูง แต่ในระยะ 6-12 เดือน ยังคงมีมุมมองบวกต่อกลุ่มธนาคาร และเชื่อว่าส่วนต่างดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาสแรก
บริษัททุนธนชาต (TCAP) และธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) ดูดีที่สุดในมุมมองของเครดิต สวิส จึงให้น้ำหนักลงทุนมากกว่าตลาด ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยในกระดานต่างประเทศ (KBANK-F) ยังเป็นตัวเลือกแรกของเครดิต สวิส
สำหรับ TCAP นั้นได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ในปี 2551 เพิ่มขึ้นอีก 14% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 22 บาท จาก 19.50 บาท หลังจากการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาแข็งแกร่ง
"เราเชื่อว่าทั้งเราและตลาดยังพูดถึงศักยภาพในการเติบโตของ TCAP น้อยเกินไป เพราะฉะนั้นเราจึงเพิ่มประมาณการกำไรก่อนการตั้งสำรองในปี 2551-2553 ขึ้นอีก 25-35% โดยเชื่อว่าจะเพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่จะหายไปจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารธนชาต (TBANK) จาก 75% เหลือ 50% ทำให้เรายังคงประมาณการรายได้และผลตอบแทนจากเงินลงทุน ปี 2552-2553 เอาไว้"
อย่างไรก็ตาม การลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารธนชาตจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางบัญชีของ TCAP และความแข็งแกร่งของเงินกองทุน ขั้นที่ 1 และช่วยเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล โดย TCAP ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 6.5% และคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 16-24% สูงกว่าประมาณการของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่
"ตลาดกังวลเกี่ยวกับการลดสัดส่วนการถือหุ้นเกินไป" เครดิต สวิส ระบุ
ขณะที่โบรกเกอร์ไทยต่างแนะนำให้ซื้อหุ้น TCAP เช่นกัน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่าหลังจากกำไรไตรมาสแรกที่ออกมาคิดเป็นอัตราสูงถึง 40.8% ของประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ทำไว้ทั้งปีที่ 2,490 ล้านบาท จึงปรับประมาณการใหม่เพิ่มขึ้นอีก 21.3% สู่ 3,020 ล้านบาท ราคาพื้นฐานปรับขึ้นเป็นที่ 18.90 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ
บล.ซีมิโก้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2551 เพิ่มขึ้น 13% จาก 2,720 ล้านบาท เป็น 3,100 ล้านบาท รวมถึงมูลค่าพื้นฐานจาก 18.80 บาท เป็น 19.10 บาท
ขณะที่ TCAP ล่าสุดปิดที่ 17.50 บาท บวก 60 สตางค์ หรือ 3.55%
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
