TH EN
 

รายงานจากคณะกรรมการ

   
Image Chairman

เศรษฐกิจไทยปี 2561 มีอัตราการเติบโตร้อยละ 4.1 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ร้อยละ 4.0 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของการส่งออก ประกอบกับการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง สินเชื่อในอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์เติบโตสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเป็นการเติบโตของสินเชื่อภาคธุรกิจ และสินเชื่อภาคครัวเรือน ทั้งในสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

จากการที่ธนาคารธนชาตประสบความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ที่มุ่งเน้นในการเป็นธนาคารหลักของลูกค้า (Main Bank) ส่งผลให้ธนาคารธนชาตและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิเติบโตเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี โดยในปี 2561 ปริมาณเงินให้สินเชื่อขยายตัวร้อยละ 5.88 ตามการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 13.44 ในขณะเดียวกัน ธนาคารธนชาตยังคงรักษาระดับคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 2.30 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพในการบริหารความเสี่ยงของธนาคารธนชาตได้เป็นอย่างดี ในส่วนของเงินกองทุน ธนาคารธนชาตยังมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 19.45 ซึ่งเป็นระดับที่สูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์สภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio - LCR) ตามเกณฑ์ Basel III เกินกว่าร้อยละ 100 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนดไว้ในอัตราร้อยละ 80 ทั้งหมดนี้แสดงถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจของธนาคารธนชาตและบริษัทย่อย และศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างชัดเจน

จากผลการดำเนินงานของธนาคารธนชาตและบริษัทย่อยที่เติบโตขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มธนชาตมีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมในปี 2561 จำนวน 15,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 14,341 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.22 และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ จำนวน 7,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7,001 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.97 ซึ่งคิดเป็นกำไรต่อหุ้นจำนวน 6.74 บาท

นอกจากนี้ ในปี 2561 บริษัทในกลุ่มธนชาตยังคงได้รับการยอมรับจากองค์กรภายนอกอย่างต่อเนื่อง ยืนยันด้วยรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น

  • ธนาคารธนชาตได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรโดยฟิทช์ เรทติ้งส์ จาก A+ เป็น AA- และได้รับรางวัล The Thailand Country Awards 2018 สาขา The Best Automobile Lending Product of the Year จากนิตยสาร The Asian Banker โดยธนาคารธนชาตได้รับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
  • บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์ดีเด่นด้านการให้บริการอนุพันธ์ - SET Awards 2018 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด ได้รับรางวัลกองทุนตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพยอดเยี่ยมแห่งปี จากงานประกาศรางวัลมอร์นิ่งสตาร์ 2018 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด รางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี ประเภทกองทุนรวมตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นครั้งที่ 2 จากงานประกาศรางวัล Money & Banking Awards 2018 โดยวารสารการเงินธนาคาร และรางวัลบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนดีเด่น - SET Awards 2018 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
  • บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 1 ประจำปี 2560 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ในปี 2562 ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในการกำกับดูแล และการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการให้บริการมากขึ้น ธนาคารธนชาตจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินการ ดังนี้ 1) การรักษาความเป็นที่หนึ่งในตลาดสินเชื่อรถยนต์ 2) การพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) 3) การเพิ่มจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากแก่ลูกค้า และ 4) การยึดมั่นกับวัฒนธรรมองค์กรที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจกับธนาคารธนชาตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการมีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มธนชาตจะสามารถดำรงฐานะความมั่นคงและมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นได้ต่อไปในอนาคต จึงได้มีมติให้เพิ่มเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลขึ้นจาก 90 สตางค์ต่อหุ้นในปี 2560 เป็น 1.00 บาทต่อหุ้นในปี 2561 และเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดที่สองอีก 1.60 บาทต่อหุ้น รวมเป็น เงินปันผลทั้งสิ้น 2.60 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 2.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งเท่ากับร้อยละ 38.25 จากผลการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวม

ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทฯ โดยได้มีการแต่งตั้งคุณธีรนันท์ ศรีหงส์ เป็นกรรมการใหม่แทนคุณทวีศักดิ์ ศักดิ์ศิริลาภ ที่พ้นจากวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 และแต่งตั้ง คุณปริญญา หอมเอนก เป็นกรรมการแทนคุณสมเกียรติ ศุขเทวา ที่พ้นจากตำแหน่งในระหว่างปี 2561 ซึ่งคณะกรรมการขอขอบคุณกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งทั้ง 2 ท่าน ที่ได้ใช้ความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีในขณะดำรงตำแหน่ง และเชื่อว่ากรรมการใหม่ทั้ง 2 ท่าน ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวกับธุรกิจการเงินเป็นอย่างสูง จะช่วยให้ความเห็นและกำกับดูแลธุรกิจของกลุ่มธนชาตในยุคดิจิทัลให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเพียงพอ

คณะกรรมการได้ให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยในปี 2561 ได้รับการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนอยู่ในระดับดีเลิศ (5 ดาว) ได้รับคะแนนการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็มจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยให้บริษัทในกลุ่มธนชาตทุกบริษัท ร่วมเป็นสมาชิกในโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตตั้งแต่ปี 2557 สำหรับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ยังสานต่อการอนุรักษ์พลังงานและใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า รวมถึงจัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้เงินและการออมเงินอย่างถูกวิธี เพื่อส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องในหลายๆ ด้าน โดยมีรายละเอียดเปิดเผยในรายงานประจำปีฉบับนี้แล้ว

ท้ายนี้ คณะกรรมการขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มธนชาต และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการด้วยดีเสมอมา คณะกรรมการเชื่อว่า ด้วยการสนับสนุนจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธนชาตจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต

ในนามของคณะกรรมการ



Sign Chairman

( นายบันเทิง ตันติวิท )

ประธานกรรมการ

Sign Chairman

( นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ )

รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่

Sign Chairman

( นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ )

กรรมการผู้จัดการใหญ่