54 ธนาคารทหารไทยธนชาต จ ากัด (มหาชน) ในระหว่างปี 2563 บริษัทฯได้ทยอยซื้อหุ้นสามัญของธนาคารทหารไทย จ ากัด (มหาชน) จ านวนประมาณ 15 ล้านหุ้น คิดเป็นจ านวนเงิน 32 ล้านบาท ท าให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.01 และในเดือนกันยายน 2563 ธนาคารทหารไทย จ ากัด (มหาชน) ได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มเติมจ านวนประมาณ 50 ล้านหุ้น และบริษัทฯ ไม่ได้ใช้สิทธิซื้อท าให้สัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารทหารไทย จ ากัด (มหาชน) ลดลงเหลือร้อยละ 20.11 ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯได้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมสุทธิของสินทรัพย์ที่ระบุได้ และหนี้สินที่รับมา ณ วันที่ซื้อ ซึ่งมูลค่าเงินลงทุนที่บริษัทฯจ่ายซื้อของสินทรัพย์สุทธิสูงกว่ามูลค่ายุติธรรม คิดเป็นจ านวน 2 ล้านบาท (อ้างอิงจากงบการเงินล่าสุดที่มี ณ วันที่ซื้อเงินลงทุน) ในระหว่างปี 2564 บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ทยอยซื้อหุ้นสามัญของธนาคารทหารไทยธนชาต จ ากัด (มหาชน) เพิ่มเติมจ านวน 3,139 ล้านหุ้น คิดเป็นจ านวนเงิน 3,567 ล้านบาท ท าให้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.21 คิดเป็นการถือหุ้นรวมร้อยละ 23.32 (งบการเงินเฉพาะกิจการ: ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มเติมจ านวน 2,602 ล้านหุ้น คิดเป็นจ านวนเงิน 3,030 ล้านบาท ท าให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 คิดเป็นการถือหุ้นรวมร้อยละ 22.76) ซึ่งในการซื้อหุ้นเพิ่มเติม บริษัทฯและบริษัทย่อยได้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมสุทธิของสินทรัพย์ที่ระบุได้และหนี้สินที่รับมา ณ วันที่ซื้อ โดยมูลค่ายุติธรรมค านวณตามสัดส่วนที่บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายซื้อคิดเป็นจ านวนรวม 6,472 ล้านบาท (อ้างอิงจากงบการเงินล่าสุดที่มี ณ วันที่ได้มา) ซึ่งส่วนของมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่ซื้อที่สูงกว่าต้นทุน จ านวน 2,905 ล้านบาท ได้รับรู้เป็นก าไรจากการซื้อในงบการเงินรวม และในขณะเดียวกันบริษัทฯและ บริษัทย่อยได้รับรู้ผลขาดทุนจากการที่ราคาจ่ายซื้อในอดีตสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่เคยรับรู้ เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนเงินลงทุนเป็นค่าใช้จ่ายในงบการเงิน บริษัท เอ็ม บี เค จ ากัด (มหาชน) ในระหว่างปี 2563 บริษัทฯได้ทยอยซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอ็ม บี เค จ ากัด (มหาชน) จ านวนรวม 43 ล้านหุ้น คิดเป็นจ านวนเงินรวม 849 ล้านบาท ท าให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.52 ท าให้สัดส่วนการถือหุ้น รวมเป็นร้อยละ 22.42 ซึ่งในการซื้อแต่ละครั้งบริษัทฯได้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมสุทธิของสินทรัพย์ ที่ระบุได้และหนี้สินที่รับมา ณ วันที่ซื้อ ซึ่งมูลค่ายุติธรรมตามสัดส่วนที่บริษัทฯจ่ายซื้อคิดเป็นจ านวน รวมทั้งสิ้น 445 ล้านบาท (อ้างอิงจากงบการเงินล่าสุดที่มี ณ วันที่ซื้อเงินลงทุน) และมีมูลค่าเงินลงทุนจ่ายซื้อ สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิรวมจ านวน 404 ล้านบาท ซึ่งแสดงเป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุน 248
RkJQdWJsaXNoZXIy ODEyMzQ3