TH EN
 

นโยบาย

   

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณากำหนดแนวนโยบายในการกำกับดูแลกิจการเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่ปี 2546 และมีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งการรายงานการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งปรับปรุงจรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมถึงจรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติสำหรับบุคลากรในองค์กร

Thanachart policy

บริษัทฯ ได้เปิดเผย นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และ คู่มือจรรยาบรรณ เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ และในระบบข้อมูลภายในของกลุ่มธนชาต เพื่อเป็นการสื่อสารให้บุคลากรทุกระดับของกลุ่มธนชาตสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ กลุ่มธนชาตยังสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการเสริมสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ทั้งในเชิงนโยบายและการดำเนินกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ ให้กับพนักงานในกลุ่มธนชาตอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การออกแบบหลักสูตรอบรมต่าง ๆ ที่จะมีการสอดแทรกเนื้อหาการปฏิบัติงานที่อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณตามหลักวิชาชีพ โดยเฉพาะหลักสูตรปฐมนิเทศที่มุ่งเน้นให้พนักงานที่เข้าร่วมงานกับกลุ่มธนชาตตระหนักถึงการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลที่ดี รวมถึงได้เพิ่มศักยภาพช่องทางการอบรมผ่านสื่อ E-learning ให้พนักงานได้เข้าถึงการอบรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการทำงานได้ง่ายขึ้น และมีการทดสอบความเข้าใจเป็นประจำทุกปี รวมถึงการมีโครงการ “ธนชาต...ทำได้ ธรรมดี CG...ริเริ่ม เติมธรรม” โดยใช้วีดิทัศน์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารแก่พนักงานผ่านระบบโทรทัศน์ภายในกลุ่มธนชาต “ธนชาต แชนแนล” (T-Channel) ในช่วงเวลาต่าง ๆ ระหว่างวัน ซึ่งเป็นกิจกกรมให้พนักงานได้ไปปฏิบัติธรรม ร่วมกันคิดดี ทำดี และร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้ตระหนักและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง โดยมีจุดมุ่งหมายอันสำคัญในการให้บุคลากรทุกคนในองค์กรเข้าใจการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี   คู่มือจรรยาบรรณ  

บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจรรยาบรรณ  

บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจรรยาบรรณ  
จริยธรรม
 
นโยบายการต่อต้านคอร์รัปชั่น

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) "บริษัทฯ" ตระหนักว่า การคอร์รัปชั่นส่งผลร้ายและเป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ที่สำคัญเป็นการกระทำทางธุรกิจที่ไม่ถูกต้องสร้างความไม่เป็นธรรมทางธุรกิจ ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ ทางด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขันของกิจการและทำให้บริษัทฯ ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้ รวมทั้งลดความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย บริษัทฯ ถือเป็นหลักการสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่จะไม่สนับสนุนกิจการ กลุ่มบุคคล หรือบุคคลที่มีส่วนร่วมกับการแสวงหาผลประโยชน์อันไม่พึงได้รับไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีแนวทางชัดเจนที่จะร่วมมือและสนับสนุนกับภาครัฐบาลและภาคเอกชน บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยใช้แนวทางของทางการรวมทั้งของ "โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต" เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามนโยบาย ดังต่อไปนี้

คลิกอ่านต่อ...

 

บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด

คลิกอ่านต่อ...

 

บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด

คลิกอ่านต่อ...
นโยบายการบริหารความเสี่ยง

ภาพรวมการบริหารความเสี่ยง


ในปี 2559 เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผลจากการลงทุนของภาครัฐที่ขยายตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตดีขึ้น ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนในประเทศปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังมีข้อจำกัดจากผลกระทบทั้งจากปัจจัยนอกประเทศจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก และปัจจัยภายในประเทศจากการส่งออกที่ยังซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ภาวะหนี้สินของภาคครัวเรือน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และปัญหาภัยแล้ง

สินเชื่อโดยรวมของธนาคารพาณิชย์ในปี 2559 ยังคงขยายตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายด้าน แต่ยังคงมีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยสะท้อนได้จากเงินกองทุนและเงินกันสำรองฯ ที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์ยังคงให้ความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ และมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ

สำหรับในปี 2560 แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้จ่ายและการลงทุนจากภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ก็ยังคงมีความเปราะบาง และมีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องทำการติดตามอย่างใกล้ชิดในหลายด้าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ได้ ทั้งความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เป็นต้น

บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธนาคารธนชาตซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้มีกระบวนการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนตาม Internal Capital Adequacy Assessment Process (ICAAP) เพื่อรองรับความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ ตามมาตรการกำกับดูแลเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ด้วยหลักเกณฑ์ Basel III ที่ ธปท. กำหนด ซึ่งทำให้ธนาคารธนชาตสามารถบริหารจัดการเงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ มีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ยังคงมีการกำกับดูแล ติดตาม และพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการต่าง ๆ ยังคงมีความสอดคล้องและทันต่อปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างองค์กรเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เป็นไปตามกรอบนโยบายผ่านการกำกับดูแลของคณะกรรมการต่าง ๆ ดังนี้


โครงสร้างในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ

  • คณะกรรมการบริษัทฯ มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย และแนวทางดูแลการบริหารความเสี่ยงในลักษณะภาพรวม (Enterprise-wide Risk) ซึ่งครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มธนชาต และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management) ของกลุ่มธนชาตให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อเป้าหมายการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทฯ
  • คณะกรรมการบริหาร มีบทบาทในการบริหารจัดการความเสี่ยง พิจารณาอนุมัติและกำกับดูแลการทำธุรกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ รวมทั้ง พิจารณากลั่นกรองนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management) ของกลุ่มธนชาตเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติ
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีบทบาทในการเสนอนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มธนชาตต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติ รวมทั้งวางกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงและทบทวนความเพียงพอของนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ โดยรวมถึงความมีประสิทธิผลของระบบและการปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการควบคุมติดตาม และดูแลให้บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มธนชาตดำเนินการตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ รวมถึงการรายงานผลการปฏิบัติการต่อคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ ในสิ่งที่ต้องดำเนินการปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์ที่กำหนด
  • คณะกรรมการตรวจสอบ มีบทบาทในการกำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามแนวนโยบายและข้อบังคับของทางการที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ และกลุ่มธนชาต รวมทั้ง ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบบริหารความเสี่ยงของกลุ่มธนชาตและประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน โดยภาพรวมของกลุ่มธนชาต

ภาพแสดงโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559
The Company’s Risk Management Structure Chart
  • การดำเนินงานต่าง ๆ อยู่ภายใต้โครงสร้างองค์กรที่มีการสอบยันและถ่วงดุลอำนาจ (Check and Balance) มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมติดตามความเสี่ยง (Middle Office) ได้แก่ หน่วยงานควบคุมความเสี่ยง (Risk Control Unit) และหน่วยงานที่บันทึกรายการ (Back Office) แยกออกจากหน่วยงานที่ทำธุรกรรม (Front Office)
  • บริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานได้ถือปฏิบัติตาม และยังได้กำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ถือเป็นแนวทางปฏิบัติ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การระบุถึงลักษณะของความเสี่ยงและปัจจัยความเสี่ยง 2) การพัฒนาเครื่องมือและแบบจำลอง (Model) ที่เหมาะสมสำหรับวัดค่าความเสี่ยง และการประเมินความเสี่ยง 3) การควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และ 4) การติดตามสถานะความเสี่ยงเพื่อจัดการความเสี่ยงให้ทันต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
  • การกำหนดขนาดและสัดส่วนตามค่าความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยเครื่องมือที่ใช้วัดความเสี่ยงหรือแบบจำลอง ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้ถึงระดับความรุนแรงของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อใช้เป็นเพดานในการควบคุมค่าความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ และใช้เป็นระดับสัญญาณเตือนภัยก่อนที่จะเกิดความเสียหายรุนแรง
  • มีการรายงานการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัทของแต่ละบริษัทย่อยที่สำคัญและสรุปภาพรวมความเสี่ยงรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นประจำตามงวดเวลาที่กำหนด

ระบบการบริหารความเสี่ยงข้างต้นมีการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของหลักความระมัดระวัง มีการปรับปรุงให้เหมาะสมทันต่อเหตุการณ์ มีความโปร่งใส ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และมีการคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ลูกค้าและพนักงานเป็นสำคัญ



ช่องทาง การร้องเรียน