TH EN
 

รายงานจากคณะกรรมการ

   
Image Chairman

เศรษฐกิจไทยในปี 2560 มีอัตราการเติบโตร้อยละ 3.9 ขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตราการเติบโตร้อยละ 3.3 โดยมี ปัจจัยหลักมาจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวตามการทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ปริมาณความต้องการของสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์มีมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ในขณะที่เงินฝากมีการขยายตัวสอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อ

จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นดังกล่าว ประกอบกับความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ที่มุ่งเน้นในการเป็นธนาคารหลักของลูกค้า (Main Bank) ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาธนาคารธนชาตและบริษัทย่อย มีผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น และเติบโตติดต่อกัน 12 ไตรมาส โดยมีปริมาณเงินให้สินเชื่อขยายตัวร้อยละ 3.01 ซึ่งเป็นผลมาจาก การเติบโตของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พร้อมทั้งยังคงรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 2.30 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม รายได้รวมของธนาคารธนชาตปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะที่มีการควบคุมค่าใช้จ่ายจาก การดำเนินงานได้เป็นอย่างดี เป็นผลให้กำไรสุทธิของธนาคารธนชาตและบริษัทย่อยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธนาคารธนชาตยังคงมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ในระดับที่สูงที่ร้อยละ 18.94 ซึ่งสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม อีกทั้ง ยังสามารถดำรงอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์สภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio – LCR) ตามเกณฑ์ Basel III ได้เกินร้อยละ 100 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนด

ความสำเร็จของผลการดำเนินงานของธนาคารธนชาตและบริษัทย่อย ส่งผลให้กำไรของกลุ่มธนชาตเติบโตขึ้นจาก 12,611 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า เป็น 14,341 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น ร้อยละ 13.72 โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทฯ จำนวน 7,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,013 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.43 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 6.01 บาท

นอกจากนี้ ในปี 2560 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของบริษัทในกลุ่มธนชาต ด้วยการได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2016-2017 สาขา Auto Hire Purchase Loan และสาขา Auto Re-Finance รางวัล Auto Loan Product of the Year รางวัล Best Securities Company Awards - Retail Investors รางวัล Outstanding Derivatives House Awards รางวัล Outstanding Deal of the Year Awards รางวัล Best Asset Management Company Award รางวัล Outstanding Asset Management Company Awards และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 1 ประจำปี 2559 และอื่น ๆ ดังรายละเอียดที่กล่าวไว้ในรายงานประจำปีฉบับนี้ อันเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยมีการพัฒนาการด้านบริการและผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ

สำหรับปี 2561 นี้คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จากการใช้จ่ายของภาครัฐในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเติบโตของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในการระดมเงินฝาก การให้สินเชื่อ จะมีความรุนแรงมากขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ในขณะที่การให้บริการ ในรูปแบบดิจิทัล จะเพิ่มระดับความเข้มข้นมากขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงยุทธศาสตร์ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติที่ถูกผลักดันจากภาครัฐ ตั้งแต่ระบบ PromptPay ระบบการชำระเงินด้วย QR Code ไปจนถึงระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital ID) คณะกรรมการมีความตระหนัก เป็นอย่างดี และได้มีการกำหนดนโยบายและดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาในทุกด้าน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจหลักของกลุ่มธนชาต อันจะเป็นผลส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน (Process Enhancement) เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการ การลงทุนและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ผ่านระบบ Digital Banking ของ กลุ่มธนชาตได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ การทำธุรกรรมของลูกค้าในยุคดิจิทัล คณะกรรมการเชื่อมั่นว่ากลุ่มธนชาตจะสามารถดำรงฐานะความมั่นคงและมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นได้ต่อไปในอนาคต จึงได้มีมติให้เพิ่มเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลขึ้นจาก 80 สตางค์ต่อหุ้นในปี 2559 เป็น 90 สตางค์ต่อหุ้นในปี 2560 และเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดที่สองอีก 1.30 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 2.20 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 2.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเท่ากับร้อยละ 36.61 จากผลการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวม

ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นเรื่องที่คณะกรรมการได้ให้ความสำคัญตลอดมา โดยมีการพิจารณาทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น ตลอดจนมาตรการและระเบียบที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ พร้อมกับมี การสื่อสารให้พนักงานทุกคนยึดถือและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 บริษัทฯ ได้รับการประเมินตามโครงการสำรวจ การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนอยู่ในระดับดีเลิศ (5 ดาว) ได้รับคะแนนการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็มจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยให้บริษัทในกลุ่มธนชาต ทุกบริษัทร่วมเป็นสมาชิกในโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตตั้งแต่ปี 2557 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานและใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า รวมถึงจัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้เงินและการออมเงินอย่างถูกวิธี เพื่อส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

คณะกรรมการขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่ได้มอบความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มธนชาต และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการด้วยดีเสมอมา รวมทั้งขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงาน ในกลุ่มธนชาตทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ และช่วยกันสร้างความสำเร็จให้กับกลุ่มธนชาต มาโดยตลอด ท้ายนี้ คณะกรรมการเชื่อว่า ด้วยการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กลุ่มธนชาตจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

ในนามของคณะกรรมการ



Sign Chairman

( นายบันเทิง ตันติวิท )

ประธานกรรมการ

Sign Chairman

( นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ )

รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่