TH EN
 

รายงานจากคณะกรรมการ

   
Image Chairman

ในปี 2558 ที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า แต่ยังถูกกดดันจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ให้อยู่ในระดับที่ค่อนข้าวจำกัด เช่นเดียวกับสินเชื่อรวมของกลุ่มธนชาติที่ปรับตัวลดลงจากสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลักตามภาวะตลาดรถยนต์ที่ยังชะลอตัวอยู่อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนชาตประสบความสำเร็จในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธนาคารธนชาตซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มธนชาตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนี้

  • ธนาคารธนชาตมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่ในระดับแนวหน้าของธนาคารพาณิชย์ โดยเติบโตขึ้นจากร้อยละ 15.83 มาอยู่ที่ร้อยละ 17.92 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า 2 เท่าจากเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ร้อยละ 8.50
  • คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารธนชาตปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio)ลดลงจากร้อยละ 4.09 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.84 และอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 85.52 มาอยู่ที่ร้อยละ 119.42 ซึ่งเป็นระดับที่เกินความเพียงพอ
  • ธนาคารธนชาตมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง โดยจะเห็นได้จากการที่ธนาคารธนชาตสามารถดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio - LCR) ตามเกณฑ์ Basel III ได้เกินกว่าร้อยละ 100 ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนด (ในต้นปี 2559 กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 และทยอยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี จนครบร้อยละ 100 ในปี 2563)

จากความสำเร็จและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของธนาคารธนชาตในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำไรของกลุ่มธนชาตปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 6 สร้างความมั่นใจให้คณะกรรมการว่าจะสามารถรักษาผลกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธนชาตให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต คณะกรรมการจึงมีความเห็นให้เสนอเพิ่มเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 จากอัตราหุ้นละ 1.60 บาท เพิ่มขึ้นเป็นอัตราหุ้นละ 1.80 บาท

สำหรับปี 2559 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตมากขึ้นกว่าปี 2558 เล็กน้อย จากการลงทุนของภาครัฐเป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทย คาดว่าจะมีการเติบโตของสินเชื่อไม่มากนักเมื่อเทียบกับปี 2558 อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 กลุ่มธนชาตยังคงนโยบายที่จะสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับธนาคารธนชาตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาความเป็นผู้นำของธุรกิจเช่าซื้อและเพิ่มสัดส่วนสินเชื่ออื่น เพื่อให้สินเชื่อมีการกระจายตัวอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น การเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ตลอดจนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อให้ท่านผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่า ธนาคารธนชาตมีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

จากที่ได้เรียนให้ท่านผู้ถือหุ้นทราบว่า คณะกรรมการได้มีมติที่จะซื้อหุ้นคืนเนื่องจากเห็นว่าราคาหุ้นของบริษัทได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และการซื้อหุ้นคืนจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น โดยรวมแล้วนั้น ผมขอเรียนแจ้งว่า ในปี 2558 บริษัทฯ ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 41,350,000 หุ้น โดยนำเงินสภาพคล่องส่วนเกินมาซื้อเป็นจำนวน 1,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาที่ซื้อเฉลี่ย 33.86 บาทต่อหุ้น

ในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นเรื่องที่คณะกรรมการตระหนักและให้ความสำคัญในทุกด้านมาโดยตลอด ซึ่งสะท้อนได้จากการได้รับผลการประเมินจากองค์กรที่เกี่ยวข้องในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่องมาทุกปี รวมถึงการนำบริษัทในกลุ่มรวม 12 บริษัทเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) จนได้รับการรับรองเป็นสมาชิกโครงการและตราสัญลักษณ์ CAC อันเป็นการแสดงเจตนาอย่างชัดเจนในการต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งคณะกรรมการยังคงมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่นี้อย่างเต็มความสามารถต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและพนักงานในกลุ่มธนชาตทุกคน รวมถึงการสนับสนุนและความไว้วางใจจากลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ในนามของคณะกรรมการ ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมผลักดันให้กลุ่มธนชาตประสบความสำเร็จ และมีพัฒนาการที่ดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากท่านต่อไป เหมือนเช่นที่ผ่านมาครับ

Sign Chairman

(นายบันเทิง ตันติวิท)

ประธานกรรมการ

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)